ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - Jessicas

หน้า: [1] 2 3 ... 72
1
โปรโมชั่นกระเบื้องยางลายไม้ 143 บาท/ตร.ม.
กระเบื้องยาง พื้นไม้กระเบื้องยาง วัสดุปูพื้น ✅(รุ่นกาวในตัว) ติดตั้งเองง่าย***บริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ และ มีบริการเก็บเงินปลายทาง-จำหน่ายเป็นตารางเมตร 1 กล่อง มี 7 แผ่น ติดตั้งได้ 1 ตร.ม.

2
สำนักพรเทวะ  ศูนย์รวมวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์
สนใจติดต่อ
อ.ทองเอก พรเทวะ
โทร 0846623662
Line : teerapat999

3


รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดแชมป์โลกมวยไทย รุ่นฟลายเวต ของวัน แชมเปียนชิพ ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 แม้จะฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม จำเป็นต้องถอนตัวจากศึกใหญ่วันที่ 15 ตุลาคม แต่เจ้าตัวยืนยันว่าพร้อมที่จะกลับมาชกอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม 2564 แน่นอน

วัน แชมเปียนชิพ ออกมายืนยันว่า รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดกำปั้นชาวไทย มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 ที่เป็นบวก จะชวดขึ้นชกกับ ดาเนียล พูเอร์ตัส นักสู้ชาวสแปนิช ในศึกวัน เฟิร์ส สไตรค์ 15 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศสิงคโปร์

โดยเจ้าตัวเปิดใจผ่านสื่อโซเชียลส่วนตัวว่าตนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งที่เพิ่งฉีดวัคซีนแอสตร้า เซเนกา ไปแล้ว 2 เข็ม ซึ่งเข็มที่สองเจ้าตัวเพิ่งฉีดเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องถอนตัวจากการขึ้นชกในไฟต์วันที่ 15 ตุลาคมนี้ ซึ่งตอนนี้ รถถัง จิตรเมืองนนท์ เดินทางไปกักตัวอยู่ ณ โรงแรมเคซีเควิน กรุงเทพมหานคร ตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐ

“ผมเองฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปแล้วก่อนหน้านี้ และเพิ่งมารู้ตัวล่าสุด จากการตรวจอย่างละเอียดหลังจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงรู้ว่า ติดโควิด รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก และต้องขอโทษแฟนมวยที่ไม่สามารถจะขึ้นชกในวันที่ 15 ต.ค.นี้ได้ แต่ขณะเดียวกัน หากมองในแง่ดี การพักรักษาตัวในช่วงนี้ จะทำให้ร่างกายไม่บอบช้ำจากการชก ซึ่งผมเชื่อว่าจะสามารถกลับมาขึ้นสังเวียนในสภาพร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ได้ทันศึกใหญ่วันที่ 5 ธันวาคม นี้อย่างแน่นอน” รถถัง จิตรเมืองนนท์ เผย

4
เครื่องนี้ดูดีแถมยังคงใช้คนทำน้อยไม่ต้องว่าจ้างบุคลากรเยอะแยะ ลดเงินลงทุนไปได้มากจริง

5


จากกรณีที่อธิบดีกรมอนามัย ออกมาแนะว่าควรกินขนมไหว้พระจันทร์ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรกินหมดทั้งชิ้นในวันเดียว เพราะเสี่ยงอ้วน เนื่องจากมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก อีกทั้งยังมีน้ำมัน น้ำเชื่อม ทำให้ใน 1 ชิ้น มีแคลอรีสูงกว่าอาหารมื้อหลัก อย่างกะเพราไก่ไข่ดาวหรือข้าวผัดหมูเสียอีก

ก็ทำเอาครูสอนทำอาหารชื่อดัง “อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” ที่มีธุรกิจขายขนมไหว้พระจันทร์ด้วย ถึงกับปรี๊ดแตก ขอออกมาฟาดผ่านติ๊กต๊อก บอกโกรธ ว่างมากไม่มีอะไรจะทำแล้วเหรอ ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ใช่แฮมเบอร์เกอร์ จะได้งับไปทั้งลูก

“วันนี้โกรธ กำลังโกรธอยู่ ที่มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปโพสต์ ว่ากินขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์เสร็จแล้ว ระวังนะแคลอรีสูง 1 ชิ้นก็เท่ากับข้าวผัดกะเพราจานหนึ่ง จะบ้า…ใครจะกินขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์เป็นก้อน ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์นะคะ ไม่ใช่แฮมเบอร์เกอร์หรือซาลาเปา จะได้งับไปทั้งลูก หนึ่งก้อนผ่านิดหนึ่ง แล้วกินนิดหนึ่งกับน้ำชาชื่นใจปีละหนหนึ่ง ยังจะต้องมาห่วงอีกเหรอ”

พร้อมบอกให้ซื้อเลย ไม่ต้องไปฟัง “ซื้อค่ะ ไม่ต้องไปฟัง กินเลยค่ะปีละหนเดียว โถ่ ซื้อแจกคนโน้นคนนี้มีความสุข เครียดมากับสารพัดเรื่องอย่ามากังวลกับเรื่องไร้สาระค่ะ โอ้ย เปี๊ยะพระเจ้าชิ้นเดียวก็ยังกลัวสุขภาพจะเสีย เฮ้อ..ว่างมากไม่มีอะไรจะทำ”

ก่อนจะทิ้งท้ายแบบสวยๆ ว่าขอบคุณที่ห่วงใย แต่กินไม่เยอะหรอก เพราะจะตายกันหมดแล้ว ไม่มีเงินซื้อ “ไม่เอาแล้ว ไม่บ่น บ่นแล้วเดี๋ยวเราไม่สวย เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันชอบวีนคนโน้นวีนคนนี้ เกิดมาหน้าตาสวย ไม่ควรมาเป็นคนที่ก้าวร้าวว่าร้ายผู้อื่น ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ออกมาโพสต์แสดงความห่วงใย กินไม่เยอะหรอกค่ะ จนจะตายโห_ตายห่_กันหมดบ้านหมดเมือง ไม่มีเงินซื้อกินเยอะหรอกค่ะ ไม่ต้องกังวล ขอบคุณค่ะ”

6


น้องใหม่วงการเน็ตบ้านอย่าง "เอไอเอส ไฟเบอร์" (AIS Fibre) เคยเชื่อว่าตัวเองจะขึ้นไปนั่งสวยในกลุ่ม Top 3 ของตารางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ที่สุดของไทยได้ในต้นปี 64 ความหวังนี้ไม่ใช่ฝันกลางวันเพราะตลาดมีปัจจัยบวกสูงมาก ผลจากอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญกับหลากมิติชีวิตคนไทยในยุค "นาว นอร์มัล"

อนิจจา แม้จำนวนผู้ใช้ที่ AIS Fibre รวบรวมมาได้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 64 จะถือว่าทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว แต่ AIS Fibre ก็ไม่อาจขึ้นเป็นที่ 3 ในตารางได้ เพราะการรวมตัวกันของ "2 องค์กร" ทำให้จำนวนสัดส่วนฐานผู้ใช้ของคู่แข่งเกิดเปลี่ยนแปลงไป AIS Fibre จึงยังไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Top 3 ของตลาดเน็ตบ้านไทยอย่างที่ฝันไว้

ถึง AIS Fibre จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ทุกคนรู้ดีว่า 2 องค์กรที่เป็นหนามตำใจของ AIS Fibre ก็คือบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ NT ซึ่งมีฐานลูกค้าหลังการควบรวมราว 1.7 ล้านราย สูงกว่า AIS Fibre ที่ตั้งเป้าเดิมไว้ว่าต้องทำให้ได้ 1.6 ล้านรายในปี 64 เพื่อให้ชนะทีโอทีซึ่งเวลานั้นมีลูกค้าเน็ตบ้าน 1.5 ล้านราย

ขณะนี้ AIS Fibre มีผู้ใช้บริการ 1.53 ล้านราย ทำสถิติเติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาด แม้จะน้อยนิดเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าของบริษัทแม่อย่าง ‘แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส’ ที่มีจำนวนผู้ใช้งาน 43.2 ล้านเลขหมายในไทยก็ตาม

หากรอบนี้ AIS Fibre ไม่มีหนามมาขวางกั้นอีก บริษัทเชื่อว่าต้นปี 65 จะสามารถแซงคู่แข่งขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของตลาดได้ เมื่อนั้น AIS Fibre จะได้ชื่อว่าสามารถขึ้น Top 3 วงการเน็ตบ้านไทยได้ใน 7 ปีหลังจากเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี 2558

สำหรับปีที่ 6 ย่างสู่ขวบปีที่ 7 AIS Fibre เตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อเร่งตักน้ำในจังหวะบุญหนุนนั่นคือภาวะเวิร์กฟอร์มโฮม (WFH) ที่ช่วยดันให้ตลาดเติบโตสวนทางสัญญาณกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว

***ผลบุญโควิด

กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ AIS ยอมรับว่าการระบาดของโควิด-19 ทุกระลอกมีผลผลักดันจำนวนผู้ใช้เน็ตบ้านไทยเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ที่เห็นชัดคือปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านของ AIS เพิ่มขึ้นกว่า 40%โดย 3พื้นที่ที่คนใช้อินเทอร์เน็ตบ้านสูงสุดคือกรุงเทพฯและปริมณฑล รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง และภาคเหนือ

กิตติ งามเจตนรมย์ 
กิตติ งามเจตนรมย์

ปริมาณการใช้เน็ตบ้านในต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกิดจากคนไทยเดินทางกลับภูมิลำเนามากขึ้น กลายเป็นแต้มบุญที่ AIS Fibre จะสามารถเก็บเกี่ยวจากการเปิดให้บริการครบ 77 จังหวัดทั่วไทย



นอกจากพื้นที่  โควิด-19ยังเปลี่ยนระยะเวลาการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านของคนไทย โดยพลิกจากเคยหนาแน่นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มาเป็นหนาแน่นทุกวัน ขณะที่จำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อซึ่งจากเดิมมีเฉลี่ย 5 เครื่องต่อครัวเรือน ก็เพิ่มขึ้นเป็น 10 เครื่อง สะท้อนว่าคนไทยต้องเพิ่มหน้าจอสำหรับออนไลน์ในบ้านให้มากขึ้นเพื่อรับชมความบันเทิง ประชุมออนไลน์ เล่นเกมออนไลน์ รวมถึงซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซ

"การเติบโตของเน็ตบ้านมีผลกระทบต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเล็กน้อย เชื่อว่ารูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยเปลี่ยนไปเพราะการเวิร์กฟรอมโฮม การใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนในเชิงปริมาณ แต่การใช้โมบายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือก็จะยังมีการใช้งานอยู่ คือกระทบบ้างแต่ไม่ได้กระทบจนไม่มีการใช้งานเลย"





ภาวะนี้หนุนนำให้ AIS Fibre มีผู้ใช้งานมากขึ้น ย้อนไปเมื่อช่วงสิ้นปี 63 บริษัทมีผู้ใช้งาน 1.34 ล้านราย คิดเป็น 13.6% ของตลาด แต่ด้วยพลังของลูกค้าย้ายค่ายและฐานผู้ใช้ที่ต้องการทางเลือกใหม่ ทำให้ดาวรุ่งอย่าง AIS Fibre มีลูกค้า 1.53 ล้านรายในช่วงครึ่งแรกปี 64 คิดเป็นสัดส่วนเติบโต 7.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก

อัตราเติบโต 7.3% นี้สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาดรวมการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านของไทย นับตั้งแต่ปี 2558 ประเทศ ไทยมีฐานผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตทั้งหมด 6.23 ล้านราย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 4% ต่อปี จนกระทั่งเกิดโควิด-19 ตลาดเน็ตบ้านจึงเติบโตราว 5% ในปี 64 คิดเป็นผู้ใช้รวมในไทย 11.48 ล้านราย

เพื่อเอาชนะแชมป์ Top 3 ในตารางอย่าง True Online, 3BB และ NT บริษัทจำเป็นต้องวางเป้าหมายทางธุรกิจของ AIS Fibre ให้โตก้าวกระโดดมากกว่าเดิมรอบนี้ AIS Fibre เปิดเกมต้องการ สร้างมาตรฐานใหม่ โดยเคลมว่าเพื่อให้อุตสาหกรรมเน็ตบ้านเติบโตอย่างยั่งยืน





แม้จะลงมาเล่นที่ระดับราคา 399 บาทต่อเดือน แต่ AIS Fibre พยายามชูเรื่องงานบริการที่เหนือกว่า เพื่อตอบโจทย์ภาวะที่โควิด-19 ทำให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญในโลกของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการศึกษา ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ AIS Fibre ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพด้านงานบริการ เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว

กลยุทธ์ล่าสุดที่บริษัทจะยึดเป็นแกนคือ ‘Service Innovation’ โดยประกาศว่าจะเน้นการจับมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ AIS Fibre สามารถมอบบริการคุณภาพทุกขั้นตอนภายใน 24 ชั่วโมง

***ลูกค้ารอไม่เกิน 1 วัน

เป้าหมายของ AIS Fibre คือการทำทุกวิถีทางที่จะส่งมอบประสบการณ์ และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้เชื่อมต่ออย่างราบรื่น ทั้งการเพิ่มความเข้มข้นเรื่องพัฒนาคุณภาพสัญญาณโครงข่าย การขยายพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น และที่สำคัญคือ การยกระดับคุณภาพงานบริการที่แตกต่าง

‘ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา มีการแข่งขันเรื่องราคาอย่างรุนแรง AIS Fibre เป็นคู่แข่งรายใหม่แต่ก็ไม่อยากแข่งขันในเรื่องเดียวกัน เราต้องการสร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนมุมมอง และผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างมั่นคง เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ทำให้อุตสาหกรรมเติบโตไปด้วยกัน’ กิตติระบุ



แม้จะเป็นช่วงที่แนวโน้มกำลังซื้อช่วงนี้เริ่มชะลอตัว AIS Fibre ยังเชื่อว่าลูกค้าจะไม่ดูที่ราคาอย่างเดียว จึงตั้งเป้าหมายจะออกแพ็กเกจให้ลูกค้าเลือกใช้งานอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า ร่วมกับกลยุทธ์ Service Innovation ที่ถูกวางเกมให้ใช้พลังของทุกส่วนงานทั้ง พนักงาน, ทีมงานขาย, พนักงาน Call Center, พนักงานหน้าร้าน, ทีมงานติดตั้ง, ทีมงาน support รวมทั้ง พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ผสานการทำงานด้วยเทคโนโลยี และ Automatic Process ที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบหน้าบ้านที่ติดต่อกับลูกค้า จนถึงระบบหลังบ้านที่จัดการทั้งหมด รวมถึงการทำ Dashboard & Monitoring Tools ที่ช่วยติดตามผล อัปเดทสถานการณ์การดูแลลูกค้าแต่ละบ้านให้เป็นไปตามเงื่อนไข และสามารถแก้ไขทันทีหากเกิดปัญหา

"AIS Fibreใช้ AI ดูแลลูกค้า และดูผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้ใช้ ตลอดจนปัญหาของลูกค้ามานาน มีการนำเอาฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาแก้ปัญหา ทั้งหมดนี้ถือว่าเราเริ่มต้นนำเทคโนโยลีอัตโนมัติมาใช้แล้ว และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายรูปแบบ"

AIS Fibre ย้ำว่าตัวเองเป็นผู้เล่นรายแรกและรายเดียวในการนำงานบริการขึ้นมาเป็นแกนสำคัญในการแข่งขันจนสามารถเบียดขึ้นมาเกือบจะนั่งเก้าอี้ Top 3 ได้สำเร็จ สำหรับปีนี้และปีหน้า AIS Fibre จะเน้นชู 3 จุดขายงานบริการ ได้แก่การแก้ปัญหาภายใน 24 ชม. ด้วยระบบให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด การติดตั้งเร็วที่บริษัทจะพร้อมเข้าติดตั้งเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้เร็วที่สุด และช่างนัดตรงต่อเวลา ทั้งการติดตั้ง การให้บริการ หรือการเข้าไปดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานในทุกกรณี

นอกจากนี้ AIS Fibre ยังระบุว่าอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อหาแนวทาง Synergy ธุรกิจสายพลังงานของกัลฟ์ (Gulf) เข้ากับบริการเน็ตบ้านในอนาคต โดยยอมรับว่าการ Synergy จะเกิดขึ้นแน่นอนหลังจากที่ Gulf เข้าถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแม่ แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไร

แนวโน้มเหล่านี้ย้ำว่า AIS Fibre มีโอกาสเติบโตอีกมาก แต้มบุญสะสมที่ทำไว้แล้วหรือกำลังเริ่มทำก็ยังมีเต็มมือ และกรรมก็ไม่ได้บดบังมากนักเท่าไรด้วย เพียงแต่ต้องรอเวลาอีกนิดหน่อยเท่านั้น.

8


รอยเตอร์ - เวียดนามเลื่อนแผนการที่จะเปิดเกาะฝูก๊วก (Phu Quoc) ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเป็นเดือนพ.ย. หลังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้อยู่อาศัยบนเกาะได้ เนื่องจากวัคซีนมีไม่เพียงพอ สื่อของรัฐรายงาน

ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ที่ในขณะนี้ยังปิดรับผู้มาเยือนทั้งหมด ยกเว้นพลเมืองที่เดินทางกลับประเทศและนักลงทุน กำลังพยายามอย่างหนักที่จะเร่งการฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่พุ่งสูงเนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ในเบื้องต้น ทางการวางแผนที่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเริ่มเดินทางมายังเกาะฝูก๊วกได้ในเดือนต.ค. ตามที่รอยเตอร์ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ เพื่อฟื้นภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

“เราต้องฉีดวัคซีนให้ผู้อยู่อาศัยที่นี่เพื่อสร้างภูมิคุ้นกันหมู่แต่วัคซีนมีไม่เพียงพอ” หนังสือพิมพ์ VTC ของรัฐรายงานอ้างคำกล่าวของประธานคณะกรรมการประชาชนเมืองฝูก๊วก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเกาะกล่าวว่าเกาะต้องการวัคซีนเพิ่มอีก 250,000-300,000 โดสเพื่อบรรลุการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แต่จนถึงขณะนี้ ประชาชนผู้อยู่อาศัยในจ.เกียนซยาง (Kien Giang) ซึ่งเกาะฝูก๊วกเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัด ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม เพียง 2.9% เท่านั้น

และโดยรวมแล้ว มีเพียง 7.3% ของประชากร 98 ล้านคนของประเทศ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค

เมื่อวันจันทร์ (20) เกาะฝูก๊วกพบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ หลังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่มาเป็นเวลาหลายเดือน แต่เจ้าหน้าที่จังหวัดกล่าวว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและจะไม่ส่งผลกระทบกับแผนการเปิดเกาะ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะเปิดเกาะอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำสูงสุดที่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ภายใต้แผนดังกล่าว คาดว่าจะมีผู้เดินทางมาเยือนเกาะราว 3,000-5,000 คนในช่วงทดลอง พร้อมกับบังคับตรวจหาเชื้อโควิด-19 รายงานระบุ

แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผู้มาเยือนเกาะจะต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน ตามคำร้องของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่

ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนเวียดนามลดลงจาก 18 ล้านคนในปี 2562 ที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยว 31,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 12% ของจีดีพี เหลือเพียง 3.8 ล้านคนเมื่อปีก่อน

แผนการที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมาเยือนเกาะ เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเลเซียเปิดเกาะลังกาวีรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ไทยเปิดภูเก็ตและสมุยรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว.

9


ฟุต.วีลีก เวียดนาม ประกาศไม่มอบแชมป์ให้แก่ทีมใดหลังฤดูกาลถูกตัดจบ ส่งผลให้ ฮองอันห์ยาลาย ของกุนซือ 'ซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ชวดชูถ้วยแม้จะนำเป็นจ่าฝูง แต่มีโอกาสสูงที่จะได้โควต้าไปเล่น เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2022

ความเคลื่อนไหวศึกฟุต.วีลีก เวียดนาม ฤดูกาล 2021 ที่เพิ่งถูกประกาศตัดจบไปเมื่อเดือนที่แล้ว ล่าสุดมีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะไม่มอบแชมป์ให้กับทีมใด

ก่อนหน้านี้ฟุต.อาชีพของเวียดนามถูกสั่งตัดจบกลางคัน ทั้งๆที่ทำการแข่งขันไปเพียง 12 นัด โดย ฮองอันห์ยาลาย ของ 'โค้ชซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตแชมป์ 2 สมัย นำเป็นจ่าฝูงอยู่ และทำให้พวกเขามีลุ้นคว้าแชมป์จากการประกาศตัดจบในครั้งนี้

แต่ล่าสุด 'วีลีก' มีการประชุมกับสมาคมฟุต.เวียดนาม และสโมสรสมาชิกเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะไม่มีทีมใดได้แชมป์ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากทีมจ่าฝูง อย่าง ฮองอันห์ยาลาย มีแต้มห่างจาก เวียตเทล เอฟซี เพียงแค่ 3 แต้ม ซึ่งถือว่ายังไม่ขาดลอย

นอกจากนี้จะยังไม่มีทีมใดเลื่อนชั้นหรือตกชั้นในฤดูกาลนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตามการหาโควต้าไปเล่นฟุต.เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก และเอเอฟซี คัพ ฤดูกาล 2022 จะยึดจากอันดับในตารางคะแนนปัจจุบัน โดย สหพันธ์ฟุต.แห่งเอเชีย หรือ 'เอเอฟซี' จะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ทั้งนี้ ฮองอันห์ยาลาย ของ 'โค้ชซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่ได้คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเวียดนามมานานถึง 17 ปี โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำได้คือในฤดูกาล 2004

13

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จัดงานมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการธุรกิจที่นำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้า ในโครงการ "SME REPOWER" ซึ่งมีผู้เข้ารับรางวัล 5 ท่าน จากผู้เข้าร่วมโครงการ 51 รายทั่วประเทศ หวังนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาขับเคลื่นธุรกิจต่อไป

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มอบโล่รางวัลเกียรติยศพร้อมเงินรางวัลแก่ ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจำนวน 5 รางวัล จากการประกวดโครงการ SME REPOWER ที่ เฟันหา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแบบอย่างทางความคิดในด้านการลดตันทุนธุรกิจด้วยการประหยัดไฟฟ้า

โดยผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นางฤดี ภริงคาร เป็นประธาน ณ ห้อง เลอ โลตัส 1 ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2564 สำหรับการ ประกวดโครงการ SME REPOWER ได้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้นจำนวน 51 รายจากทั่วประเทศ ซึ่งในการพิจารณาตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในด้านพลังงานมาร่วมกันคัดสรรอย่างเข้มข้น

เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เหมาะสมกับรางวัลทั้ง 5 รางวัล ประกอบไปด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ฟาร์ม อินทร์แปลง จังหวัดชุมพร ได้รับโล่เกียรติยศและรางวัลมูลค่า 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 บริษัท เชียงใหม่หล่อตระกูล2005 จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท, รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 บริษัท เรส-คิว ฟาร์ม จำกัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล มูลค่า 20,000 บาท, รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้รับใบประกาศนียบัตรและเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท ได้แก่ บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจ เพื่อสังคม จำกัด จังหวัด และ Farm Behind the Barn ไร่หลังฉาง จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 5 รางวัลนั้นต่างนำเทคโนโลยีมาพัฒนารวมถึงนำพลังงานหมุนเวียนมาเป็นส่วนหนึ่งในการ ขับเคลื่อนธุรกิจ อีกทั้งยังมีการรณรงค์ให้มีการลดใช้พลังงานไฟฟ้าภายในองค์กร ตลอดจนการผลักดันให้มีการ ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง โดยใช้พลังงานหมุนเวียนประเภทต่าง ๆ เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ , ขยะชีวมวล และก๊าซชีวภาพ ที่สามารถช่วยให้ธุรกิจลดตันทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม สมควรเป็นแบบอย่าง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่น ๆ เห็นความสำคัญในการประหยัดใช้พลังงานไฟฟ้า อันจะนำมาซึ่งการอยู่รอดของธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการสร้างผลิตภาพทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ต่อไป ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2563
 

14


"โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม กุนซือใหญ่ทัพ "โต๊ะเล็กช้างศึก" ออกโรงขอโทษแฟนฟุตซอลชาวไทย หลังฟุตซอลชายทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ ในฟุตซอลโลกไม่สำเร็จ กระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

โดย ฟุตซอลไทย ต้องจอดป้ายที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ในศึกฟุตซอล ชิงแชมป์โลก 2021 หลังแพ้ต่อ คาซัคสถานไป 0-7

โดยหลังเกม รักษ์พล สายเนตรงาม หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า "ขอโทษแฟน.ทุกคนด้วย ทุกคนก็ผิดหวัง ทั้งสตาฟฟ์และนักกีฬา ขอโทษแฟนฟุตซอล เราทำเต็มที่แล้ว แต่ทุกอย่างมันออกมาไม่ดี ต้องขอโทษจริงๆ"

ขณะที่ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง กล่าวว่า "เกมนี้เราเริ่มต้นไม่ดี และเสียประตูเร็ว ทำให้สิ่งที่เราเตรียมมา มันต้องเปลี่ยนไป และผิดพลาดในหลายครั้ง จนทำให้เสียประตูมากมาย เราพยายามเล่นพาวเวอร์เพลย์ เพื่อเอาสกอร์กลับมา แต่เราก็ผิดพลาดเยอะมาก ต้องขอโทษแฟน.ที่เราไปต่อไม่ได้ แต่ทุกคนทั้งนักกีฬา และสตาฟฟ์โค้ชก็พยายามทำงานหนักอย่างเต็มที่แล้ว"

ด้าน สุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีมกล่าวว่า "เราเสียประตูเร็วไปหน่อย ก็ทำให้การทำงานยากในการเจอกับอันดับ 7 ของโลก ซึ่งเขามีตัวบราซิลที่เก๋าเกม มีความสามารถสูง เพาเวอร์เพลย์เขาก็แก้มาอย่างดี ก็ยอมรับในจุดนี้ ก็ขอโทษแฟนชาวไทยด้วยที่เราสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ไม่สำเร็จ แต่ก็ขอบคุณนักเตะทุกคนที่ตั้งอกตั้งใจทำกันเต็มที่"

15
ประกาศซื้อขายทั่วไป / เมลเบิร์น
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 18:14:02 »


รอยเตอร์ - ตำรวจเมืองเมลเบิร์นสำหรับการประท้วงล็อกดาวน์ของชาวเมืองวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดี(23 ก.ย)ขณะที่ศูนย์ฉีดวัคซีนของเมืองต้องปิดลงหลังมีผู้ประท้วงปฎิบัติอย่างไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ท่ามกลางเคสโควิด-19พุ่งทั่วทั้งรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย

รอยเตอร์รายงานวันนี้(23 ก.ย)ว่า กลุ่มผู้ประท้วงชาวออสเตรเลียจำนวนหลายร้อยคนได้ออกมารวมตัวประท้วงที่ถนนในเมืองเมลเบิร์นซึ่งมีประชากรอาศัย 5 ล้านคนนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งเมื่อต้นสัปดาห์ปิดเขตก่อสร้างเป็นเวลา 2 สัปดาห์พร้อมกับบังคับให้แรงงานก่อสร้างทุกคนต้องฉีดวัคซีนโควิด-19เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของไวรัส

ศูนย์การฉีดวัคซีนโควิด-19ที่ตั้งอยู่ที่ทำการเมืองเมลเบิร์นจะปิดไปจนถึงวันจันทร์(27) เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ถูกกลุ่มผู้ประท้วงทำร้ายทางกายและทางวาจาระหว่างการเดินทางมาทำงานตามปกติ อ้างอิงจากแถลงการณ์ที่ออกมาในวันนี้(23)

นายกรัฐมนตรีประจำรัฐวิคตอเรีย แดเนียล แอนดรูว์ส( Daniel Andrews)แถลงในงานแถลงข่าวเป็นเชิงตั้งคำถามว่า “ทำไมพวกคุณถึงปฎิบัติอย่างไม่เหมาะจากที่ผมได้รับรายงาน ทำไมพวกคุณจึงถ่มน้ำลายใส่คนอื่นที่ทำงานประเภทนั้น” และเสริมต่อว่า “นั่นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ มันไม่เหมาะสม”

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในย่านใจกลางเมลเบิร์นในวันพฤหัสบดี(23)กำลังตรวจผู้คนในเหตุผลของคนเหล่านี้ที่ออกนอกบ้านพักอ้างอิงภาพการรายงานจากโซเชียลมีเดียระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังป้องกันการเกิดการประท้วงขึ้นใหม่ในเมลเบิร์นโดยมีตัวเลขผู้ถูกจับในวันพุธ(22)อยู่ที่กว่า 200 คน

ตำรวจเมลเบิร์นใช้สเปรย์พริกไทยและกระสุนยางเป็นอาวุธการควบคุมฝูงชนในวันพุธ(22)เพื่อขับไล่ผู้ประท้วงที่อนุสรณ์สถานสดุดีทหารในสมรภูมิรบ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้างไปยังผู้ชุมนุมที่ใช้สถานที่สำคัญในการต่อต้านนโยบายล็อกดาวน์โควิด-19

“ถือเป็นการไม่ให้เกียรติต่อชาวออสเตรเลียทั้งหลายที่ได้สร้างเกียรติคุณสูงสุดในการสละชีพและผมหวังว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในการกระทำที่น่ารังเกียจนี้สมควรต้องละอายใจ” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สกอตต์ มอร์ริสสัน แถลงต่อนักข่าวในกรุงวอชิงตัน ดีซี วันพฤหัสบดี(23)

รอยเตอร์รายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการประท้วงที่จะเกิดขึ้นพบว่ารัฐวิคตอเรียมีเคสใหม่ที่ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่ม 766 คนทำลายสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นจำนวน 725 คนเมื่อวันที่ 5 ส.ค ปีนี้และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มใหม่อีก 4 คน

ซึ่งในเวลานี้ออสเตรเลียกำลังต่อสู้การระบาดของไวรัสโควิด-19สายพันธุ์เดลตาที่เกิดขึ้นใน 2 เมืองใหญ่คือเมืองซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์นและกรุงแคนเบอร์ราเมืองหลวง ส่งผลให้ประชากรเกือบครึ่งประเทศของออสเตรเลียต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดต้องอยู่แต่ในที่พัก

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียสัญญาจะผ่อนคลายกฎล็อกดาวน์หลังจากที่ประชากรกลุ่มวัยผู้ใหญ่ 70% ได้รับวัคซีนโควิด-19ครบโดสแล้วซึ่งคาดว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในเดือนถัดไป โดยในเวลานี้พบว่าจำนวน 55.5% ของกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนโควิด-19ครบโดสในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และที่รัฐวิคตอเรียอยู่ที่ 45%

16
งานนี้ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิดแค่หาออร์เดอร์มาส่งเค้าทำ หรือ ซื้อเครื่องทำเองซะเลย ง่ายสุดๆๆ

17
ติดต่อสอบถาม โทร 0846623662

ไลน์ไอดี  teerapat999

สนใจสั่งซื้อได้ที่   https://bit.ly/3to47cx


18



เซรั่มแพลงตอนระดับตำนาน ที่พิสูจน์จริงจากผู้ใช้มากมายทั่วทุกมุมของโลกว่าเพียงแค่ใช้เป็นประจำก็ช่วยฟื้นบำรุงผิว ให้แลดูกระจ่างใส และแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อน ๆ ตลอดเวลาทำให้เจอกับปัญหาความหมองคล้ำ ไม่นับรวมมลภาวะและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวของเราอ่อนแอ จึงต้องการตัวช่วยที่สามารถปรับผิวหน้าให้แลดูกระชับ แลดูกระจ่างใส และรูขุมขนแลดูเล็กลง ดังนั้น เราจึงขอชวนทุกคนมาฟื้นบำรุงผิวขั้นสุดด้วย Biotherm Life Plankton™ เซรั่มที่ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ 


ความโดดเด่นของ เซรั่ม Biotherm
ระดับตำนานขวดนี้คือส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของไบโอเธิร์ม อย่าง LIFE PLANKTON™ ที่มีความเข้มข้นถึง 5% และเป็นความเข้มข้นที่มีระดับสูงสุดของไบโอเธิร์ม ผสานการทำงานร่วมกับไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จึงมอบความชุ่มชื้นให้ผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน พร้อมช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำ และมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง และสุดท้ายคือวิตามินซี (Vitamin C) ที่ดูแลความร่วงโรยเสื่อมสภาพของผิวให้กลับมาสดใสเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์ และแลดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น โดยทุกคนสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้เลย หากใช้เป็นประจำและต่อเนื่อง 


พิสูจน์การฟื้นบำรุงผิวขั้นสุด เพื่อคืนผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการทดสอบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ผ่านอาสาสมัครผู้หญิงชาวเอเชียที่มีอายุ 22-60 ปี จำนวน 78 คน ที่ได้ทดลองใช้ Life Plankton™ Elixir ต่อเนื่องเป็นเวลาทั้งหมด 8 วัน ผลลัพธ์ที่ได้พบว่ากว่า 83 % ในกลุ่มอาสาสมัครรู้สีกว่าตนเองมีผิวที่แลดูกระชับขึ้น รู้สึกแลดูเปล่งปลั่งขึ้น รวมถึงริ้วรอยต่าง ๆ แลดูตื้นขึ้นและค่อย ๆ แลดูลดเลือนลง ซึ่งหากคุณผู้หญิงท่านใดกำลังรู้สึกว่าผิวของตนเองกำลังเผชิญกับปัญหาผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย และดูโทรม สามารถมาพิสูจน์ความสามารถของ เซรั่ม Biotherm Life Plankton™ Elixir ไปด้วยกันกับเราได้ 


3 สเต็ปการใช้งานไบโอเธิร์ม
เซรั่มแพลงตอนระดับตำนานง่ายและเหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคนที่กำลังเผชิญผิวที่ร่วงโรยและแห้งกร้าน สเต็ปแรกคือการหยดเซรั่มลงบนฝ่ามือในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นจึงทาลงบนผิวหน้าเบา ๆ ให้ทั่วทุกบริเวณของใบหน้า ทั้งแก้ม คาง และบริเวณลำคอให้เซรั่มซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็วมากยิ่งขึ้นก็ใช้ปลายนิ้วมือนวดวนเบา ๆ และสเต็ปสุดท้ายคือการใช้เซรั่มขวดนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกับผิวมากยิ่งขึ้น


 โดยเนื้อสัมผัสของเซรั่มขวดเล็ก ๆ แต่มีประสิทธิภาพสูงขวดนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เนื้อสัมผัสนั้นสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว จึงมีความบางเบาสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อผิวที่แลดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้นนั่นเอง 


สำหรับผู้ที่สนใจเซรั่มแพลงตอน LIFE PLANKTON™ ELIXIR เพื่อช่วยในการฟื้นบำรุงผิวสามารถจับจองเซรั่มชวดนี้ได้เลย โดยมีทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 30 ml ในราคา 2,200 บาท หรือ ขนาด 50 ml ในราคา 3,200 บาท เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ถูกคุกคามจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำลายผิวหน้าของเรา โดยสามารถใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นในไลน์ LIFE PLANKTON™ ได้เลย ทั้ง Biotherm Life Plankton™ Sensitive Emulsion, Biotherm Life Plankton™ Clear Essence, หรือ Biotherm Life Plankton™ Essence เพื่อผสานการทำงานร่วมกันให้ผิวหน้าของเราดูแข็งแรงและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น 


หากใครที่สนใจสอบถามและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ LIFE PLANKTON™ ELIXIR รวมถึงผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ของ Biotherm สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางออฟไลน์ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.biotherm.co.th/ แล้วมามีผิวที่อ่อนเยาว์ แลดูกระจ่างใส และรู้ถึงถึงผิวที่กระชับขึ้นไปด้วยกันนะคะ 
 

20
สำนักพรเทวะ  ศูนย์รวมวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์
สนใจติดต่อ
อ.ทองเอก พรเทวะ
โทร 0846623662
Line : teerapat999

21
ขายบ้านริมน้ำเจ้าพระยา (สรรพยา) ชัยนาท 850000 โทร 0837124115

22
โปรโมชั่นกระเบื้องยางลายไม้ 143 บาท/ตร.ม.
กระเบื้องยาง พื้นไม้กระเบื้องยาง วัสดุปูพื้น ✅(รุ่นกาวในตัว) ติดตั้งเองง่าย***บริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ และ มีบริการเก็บเงินปลายทาง-จำหน่ายเป็นตารางเมตร 1 กล่อง มี 7 แผ่น ติดตั้งได้ 1 ตร.ม.

23
โควิดขายถูกคอนโดปาล์มสปริง 1.1ลบ. 76.84ตร.ม.(บางกะดี่) เมืองปทุม โทร 0837124115

24
โควิดขายถูกคอนโดปาล์มสปริง 1.1ลบ. 76.84ตร.ม.(บางกะดี่) เมืองปทุม โทร 0837124115

27


“เสียงของฝูงแกะ”

          ตามรายงานระบุว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพิ่งจะกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ที่เมืองแมนเชสเตอร์ได้แค่สัปดาห์เดียว แต่กลับต้องเจอปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กับเรื่อง “เสียงของฝูงแกะ” ที่มักจะมาปลุกตอนเช้าเป็นประจำ แน่นอนว่าทำให้เขาแทบจะไม่ได้นอน ซึ่งถึงแม้ว่า “ที่ดินในบ้านหลังนี้จะสวยงาม และตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ก็ดันไปอยู่ใกล้กับฝูงแกะที่มักจะมาหาอาหารอยู่แถวนั้นพอดี แถมยังมักจะส่งเสียงดังมากในช่วงเช้าตรู่” เดอะ ซัน สื่อชั้นนำของอังกฤษ เปิดเผย





          ปัญหาเรื่องการนำไม่หลับก่อกวนใจโรนัลโด้อย่างมาก จนเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังที่มีมูลค่า3ล้านปอนด์ ในย่านเชสเชียร์แทน ซึ่งเป็นการย้ายกันไปทั้งครอบครัว แต่ไม่วายทำให้เขากังวลใจอยู่ไม่น้อยตามมาอีก ในเรื่องความปลอดภัยของตัวเขาเองและครอบครัว เพราะบ้านหลังดังกล่าวมีทางเท้าสาธารณะ และถนนด้านหน้าที่สามารถมองเห็นทะลุเข้าไปในประตูบ้านได้

          อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง แต่รับรองว่าปลอดภัยจากเสียงแกะรบกวนแน่นอน

30

วันนี้ (22 ก.ย.) จากกรณีเกิดปัญหาเรื่องนมโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ผู้ประกอบการไม่ยอมทำสัญญาซื้อขาย ผลจึงตกมาที่เด็กไม่ได้รับนม ซึ่งเริ่มต้นด้วยอนุกรรมการ และเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็ก และเยาวชนกลุ่มที่ 2 ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นม 0008/1943 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ถึงประธานคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการจัดทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดระยอง

เนื่องจากได้รับแจ้งว่า สำนักสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง ได้รับการประสานจากศึกษาธิการจังหวัดระยอง ขอให้ประสานกับผู้ประกอบการที่ได้รับจัดสรรสิทธิการจำหน่าย (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2564 และหน่วยจัดซื้อ (โรงเรียนเอกชน 17 แห่ง) ที่ยังไม่ได้จัดทำสัญญาซื้อขายอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้มาดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขาย ซึ่งจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง ยังไม่สามารถตกลงรายละเอียดในสัญญาได้ เนื่องจากหน่วยจัดซื้อได้จัดทำสัญญาซื้อขาย ให้บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัด เพื่อลงนามในสัญญา แต่มีการขอปรับเปลี่ยนสัญญา ทำให้การดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเอกชนทั้ง 17 แห่ง ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็ก และเยาวชน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2564

ซึ่งขณะนี้ เด็กนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนเอกชนทั้ง 17 แห่ง ยังไม่ได้รับการสนับสนุนการดื่มนมโรงเรียนตั้งแต่เปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564

ด้าน นายสมพร ศรีเมือง รักษาการผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้เปิดเผยว่า ทางองค์การได้รับร้องเรียน ว่า มีปัญหานมไม่ถึงโรงเรียน ปัจจุบันมีผู้จำหน่ายนม 70 ราย ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ที่มอบอำนาจให้เอกชนให้ผลิตนม พอผู้ประกอบการไม่ส่งให้โรงเรียน ทำให้ทางองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เสียหาย ซึ่งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ไม่ได้เป็นเลขาคณะอนุกรรมการนมโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนเราเป็นเลขาคณะอนุกรรมการนมโรงเรียน มีหน้าที่มอบอำนาจให้ผู้ประกอบการตามที่กรมปศุสุตว์เป็นเลขาฯ จะแจ้งชื่อให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์เป็นเลขาฯ คณะอนุกรรมการนมโรงเรียน แล้วเขาจะแจ้ง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งหลังจากนั้น กรมปศุสัตว์ถึงจะแจ้งชื่อผู้ประกอบการให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ทำสัญญา ซึ่งวันนี้ทางองค์การโดนกล่าวหาว่าไม่ส่งนมให้โรงเรียน

ด้าน นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนเองกำกับดูแลองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) มีเรื่องร้องเรียน จากกระทรวงศึกษาธิการ ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องมีการรื้อดูสัญญาทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะไม่มีความโปร่งใส ผู้ที่แบ่งโควตาให้ คือ กรมปศุสัตว์ คือ ปลัดกระทรวงเป็นคนให้โควตา เมื่อนมไม่ถึงเด็ก เมื่อองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ทำสัญญา และมอมฉันทะให้กับผู้ส่งนม มีโคนมรึเปล่า ผลิตอย่างไร โรงงานอย่างไร ใครที่ทำสัญญาต้องทำสัญญากับโรงเรียนนั้นนั้น ไม่ใช่เอาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) มาบังหน้า

“นมโรงเรียนนับ 1,200 ตัน อ.ส.ค. ได้ 100 ตัน ทำไมไม่ให้โรงเรียนเป็นผู้เลือก พรุ่งนี้จะเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประชุมด่วน บริษัทที่เกิดขึ้นมา เป็นบริษัทใคร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยไปตรวจด่วน อย่าเอาเปรียบเด็ก เพราะเด็กคืออนาคตของชาติเขาต้องได้ดื่มนมที่ดีที่สุด” รมช.เกษตรฯ กล่าว

หน้า: [1] 2 3 ... 72